ปรัชญาเกี่ยวกับ “บัว”

      

   คำอธิบายภาพประสูติ ความว่า “ถ้วนทศมาสวันวิสาขบูชา ทรงประสูติใต้ต้นรังในสวนลุมพินี ทรงดำเนิน 7 ก้าวดอกบัว 7 ดอกผุดรับ ตรัสว่า เราจะเป็นใหญ่ในโลก”  การที่มีดอกบัวผุดรับพระบาทที่ทรงดำเนิน 7 ก้าว ความเข้าใจของผู้เขียนตอนเด็กคิดว่า จิตรกรผู้วาดภาพนี้ คงเสริมภาพให้เหมาะสมงดงามขึ้นเท่านั้น นึกไม่ถึงว่าจะมีความหมายลึกซึ้ง ที่น่าศึกษาอย่างยิ่ง

          ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2499 ไปศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ ได้รับการอรรถาธิบายจากน้าพร ยุวพันธุ์ (เจ้าของนามปากกา “เชียงหอย” สมัยเป็นครูโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช เมื่อจบ ธ.บ. ปี พ.ศ.2481 จึงเปลี่ยนสายงาน) มีสาระสำคัญว่า ภาพพุทธประวัติปางประสูติ ที่ปรากฏมีดอกบัวผุดรับพระบาทที่ทรงดำเนิน 7 ก้าว มีความสัมพันธ์กับ “บัวสี่เหล่าที่พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบกับเวไนยสัตว์สี่” กล่าวคือ

1.ถ้าผู้อับปัญญาหรือ “บัวในตม” มองภาพปางประสูติ ก็ทึกทักเอาว่าเป็น “บุญญาอภินิหารของพระพุทธองค์” พอแรกประสูติก็ทรงดำเนินได้เลย ไม่ต้องนอนแบเบาะเหมือนทารกทั่วๆ ไป การดำเนินแต่ละก้าว ก็มีดอกบัวผุดรับ เป็นที่อัศจรรย์เหนือกว่ามนุษย์และเทวดาทั้งปวง

2.ถ้าผู้มีปัญาเล็กน้อย “บัวใต้น้ำ” ก็มองภาพเดียวกันนี้ว่า เป็นจินตนาการของผู้วาด ภาพเขียนดอกบัวใต้พระบาท เพื่อความเหมาะสมในการตกแต่งภาพให้สวยสดงดงามขึ้นเท่านั้น

 3.ถ้าผู้มีปัญญาปานกลาง “บัวปริ่มน้ำ” มองภาพที่กล่าวนี้ ก็ได้ความคิดว่า การที่พระพุทธองค์ทรงดำเนิน 7 ก้าว ดอกบัว 7 ดอกผุดรับ จะต้องมีความหมายว่า เหตุใดจึงทรงดำเนิน 7 ก้าว และดอกบัวที่ผุดรับ  7 ดอก หมายถึงอะไร เลข  7ในที่นี้ จะต้องมีความหมายชัดเจน ทำไมจึงไม่เป็นเลข  3,5,9หรือเลขอื่นๆ ซึ่งเมื่อศึกษาค้นคว้าต่อไป ก็จะเข้าใจกระจ่าง ปราศจากข้อสงสัย

4.ถ้าผู้มีปัญญาเฉียบแหลม “บัวพ้นน้ำ” มองภาพพุทธประวัติปางประสูติดังแสดงไว้ข้างต้น ก็จะเข้าใจได้โดยฉับพลันทันทีว่า “การที่พระพุทธองค์ทรงดำเนิน 7 ก้าว มีความหมายว่า พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนารวม 7 แคว้น ก่อนปรินิพพาน”

ภาพพุทธประวัติ วาดโดย พระเทวาภินิมมิต จิตรกรเอกกรมศิลปากร ศิษย์ผู้ใกล้ชิดกรมพระยานริศรานุติวงศ์ บรมศิลปินกรุงรัตนโกสินทร์

            “ดอกบัว 7 ดอก ที่ผุดรับพระบาท หมายถึงแคว้น 7 แห่งที่พระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง เช่น แคว้นมคธ แคว้นโกศล เป็นต้น”

          เมื่อทราบถึงความหมายของดอกบัว 7 ดอกในพุทธประวัติปางประสูติแล้ว ก็หวลมาดูคำขวัญจังหวัดอุบลราชธานี ที่เริ่มต้นด้วย เมืองดอกบัวงาม ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่? อย่างไร? เพราะมีหลายคนทักท้วงว่า ดอกบัวเมืองอุบลฯ ไม่ค่อยงามและไม่แพร่หลาย เช่นดอกบัวในคลองรอบทุ่งศรีเมือง พยายามปลูกกันมาทุกสมัย ก็ไม่จีรังยั่งยืน หนองบัวใหญ่ใกล้ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ เคยมีบัวอยู่เต็มก็หายไปหมด

          ความหมายของ อุบลราชธานี เมืองดอกบัวงาม ที่เริ่มต้นคำขวัญนั้น เป็นความหมายโดยนัย อุปมาอุปไมย เปรียบเทียบว่า อุบลราชธานีเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนาประดิษฐานอย่างมั่นคง เช่นเดียวกับ 7 แคว้นเมื่อครั้งพุทธกาล  พระพุทธศาสนารุ่งเรืองที่เมืองอุบลฯ ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีหลักฐูานปรากฏชัดทุก ๆ ด้าน  ศูนย์กลางพุทธศาสนา ทั้งด้านคันถธุระและวิปัสนาธุระ  เป็นจังหวัดเดียวที่มีพระราชาคณะชั้นสมเด็จ 3 รูป และปฏิบติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช 2 ครั้ง   มีพระบูรพาจารย์ด้านวิปัสนากรรมฐานและอริยสงฆ์ ที่ทรงคุณ เป็นที่เคารพศรัทธาทั่วประเทศและทั่วโลกมากที่สุด เช่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่พุธ หลวงพ่อชา ฯลฯ  และทั่วโลกมากที่สุด เช่น หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่น หลวงปู่พุธ หลวงพ่อชา ฯลฯ

               สำหรับแนวความคิดด้านปรัชญาที่เกี่ยวกับ “บัว” ผู้เขียนได้รับความรู้ด้านปรัชญาที่เกี่ยวกับ “บัว” เป็นครั้งแรกตอนเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 โดยคุณครูนิตย์ ถิระกิจ (รุ่นเดียวกับนายกระจก ศุภกิจเลขการ อดีตผู้ว่าการประปานครหลวง บรรจุเป็นครูครั้งแรก 2486 เคยสอน ดนัย เกตุศิริ, ไสว จังกาจิต, ประมวล ยุวมิตร/ผู้ริเริ่มส่งเสริมและฝึกสอนกีฬายิมนาสติค) เป็นครูประจำชั้น ได้อธิบายว่า ภาษาไทยที่มีความหมายถึง “บัว” มีหลายคำ เช่น บงก-บงก์ แปลว่า เปือกตม, โคลน เมื่อใช้ประกอบหน้าคำอื่น เช่น ช ที่แปลว่า “เกิด” อ่านว่า บงกช แปลว่า “สิ่งที่เกิดจากตม” หมายถึง “บัว” “บงกช” หรือ “บัว” ทำให้เกิดความคิดด้านปรัชญา เช่น “บัวเกิดจากตม แต่เมื่อพ้นน้ำแล้วไม่เกลือกกลั้วกับตม” วิธีพิสูจน์ . นำตมมาวางบนใบบัว ใบบัวจะไม่เปื้อนตม ยังคงสะอาด สดใสเหมือนเดิม ความคิดด้านปรัชญา “คนดี แม้เกิดในหมู่คนชั่ว ความชั่วหาได้กล้ำกลายคนดีนั้นไม่”

                      

               “ดอกบัว เป็นดอกไม้ประจำพุทธศาสนา เพราะธรรมชาติการเกิดแห่งดอกบัว ทำให้แลเห็นธรรมะเกี่ยวกับการเกิด กล่าวคือ แม้ดอกบัวจะเกิดจากโคลนตม ก็ยังสามารถแยกตัวเบ่งบานอยู่เหนือโคลนตม โดยมิแปดเปื้อนกับโคลนตมนั้นเลย ดอกบัวจึงได้ชื่อว่า สุปงฺกช หรือ สุบงกช อุปมาเหมือนคนที่ประเสริฐ ย่อมสามารถแยกตนจากอาสวกิเลสโดยไม่แปดเปื้อน มีจิตปราศจากมลทินก”

          

                “ด้วยความสะอาดสดใสของใบบัว ไม่เกลือกกลั้วสิ่งสกปรก พุทธศาสนิกชนจึงนิยมนำใบบัว มารองรับเส้นผมของกุลบุตรผู้ศรัทธาบรรพชาในพุทธศาสนา”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s